เคล็ดลับ ดูแลผิวหลังการโกนขน

Monday, May 14th, 2012

วิธีดูแลผิวพรรณเคล็ดลับ ดูแลผิวหลังการโกนขนวันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีเคล็ดลับดูแลผิวหลังการโกนขนซึ่งเคล็ดลับนี้เหมาะอย่างยิ่งกับสาวๆ ที่มักชอบโกนขนค่ะ แม้ว่าว่าเรื่องการโกนขนจะเป็นอย่าไรที่ไม่ยุ่งยากและรวดเร็วดีแท้ๆ แต่ก็ห้ามที่จะลืม ดูแลผิวหลังการโกนขน เป็นอันขาดเลยรู้ไหมค่ะ วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) จึงของแนะนำเคล็ดลับ ดูแลผิวหลังการโกนขน มาฝากกันนะซิค่ะ เพราะว่าทุกครั้งที่คุณโกนขนรู้หรือไม่ค่ะว่า ผิวของเรานั้นต้องเจออะไรกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น การเสียดสี การโดนบาด สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำลายผิวของคุณสาวๆ ทั้งนั้น และเพื่อให้ผิวคุณสวยอยู่เสมอคุณสาวๆ จึงไม่ควรมองข้ามการดูแลผิวหลังการโกนขนด้วยรู้ไหมค่ะ นั้นมาดูเคล็ดลับดูแลผิวหลังการโกนขนไปพร้อมกับเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) กันเลยดีกว่าค่ะ ดูซิค่ะว่าเคล็ดลับดูแลผิวหลังการโกนขนนั้นมีขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

 

 

เคล็ดลับ ดูแลผิวหลังการโกนขน

 

 

เคล็ดลับ ดูแลผิวหลังการโกนขน ผิวสวย

บดแอสไพรินสองเม็ดให้ละเอียด แล้วนำไปละลายกับน้ำกลั่น 1/4 ถ้วยตวง และเติมกลีเซอรีนลงไปสามหยด (กลีเซอรีนจะช่วยทำให้ยาแอสไพรินละลายได้ดีขึ้น แถมยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ในผิวด้วย) คนส่วนผสมจนแอสไพรินละลายแล้วใช้ก้อนสำลีชุบส่วนผสมทาบนขาหลังการโกนหรือแว็กซ์ขน

รู้ได้อย่างไร ว่าเราแพ้เครื่องสำอางค์

Wednesday, May 2nd, 2012

 

การแพ้เครื่องสำอางนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และสามารถเกิดขึ้นได้ทันทีที่สัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ (Allergen) หรืออาจมีอาการเกิดขึ้นในภายหลังก็ได้ ผู้ที่แพ้สารใดแล้ว เมื่อสัมผัสกับสารนั้นเพียงเล็กน้อยก็เกิดการแพ้ขึ้นได้ สารที่พบว่าก่อให้เกิดการแพ้ได้บ่อยเป็นอันดับต้น ๆ คือ สารแต่งกลิ่นน้ำหอม (fragrance/perfume) รองลงมาได้แก่ สารกันเสีย (preservatives) และสารป้องกันแสงแดด (Sunscreens)

ลักษณะการแพ้เครื่องสำอางมีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น เกิดการปวดแสบปวดร้อน หรือรูสึกคันยิบ ๆ อาการจะเกิดไม่เกิน 10 นาที บางครั้งก็เกิดอาการปรากฎเป็นผื่นแดงคัน ถ้าแพ้มากก็เป็นตุ่มแดงตุ่มน้ำหรือเป็นปื้นนูนแบบลมพิษ เคยสังเกตหรือไม่ว่า บางคนอายุมากแล้วก็ยังมีสิวเกิดขึ้นบริเวณใบหน้าอยู่ ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากการแพ้เครื่องสำอางได้เช่นกัน ผู้ที่รักสวยรักงามทุกคน คงไม่อยากเจอปัญหาแพ้เครื่องสำอางภายหลังการใช้เป็นแน่

ดังนั้นเราต้องทดสอบการแพ้ ก่อนที่จะใช้เครื่องสำอางกับผิวหน้าของเรา โดยวิธีการดังนี้ คือ ให้ทาเครื่องสำอางตรงบริเวณท้องแขนทิ้งไว้ประมาณ 24-28 ชั่วโมง หากไม่พบความผิวปกติแล้วจึงค่อยใช้ หรืออาจทดสอบอีกวิธีหนึ่งก็ได้คือ ทาเครื่องสำอางที่ซื้อมาบริเวณข้อพับแขน วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถ้าไม่มีผื่นแดงเกิดขึ้นแสดงว่าใช้เครื่องสำอางนั้นได้ งามช้าลงสักหน่อยแต่มั่นใจคงดีกว่างามเร็วแบบเสี่ยง ๆ นะครับ

ผู้ที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติทาแล้วจะไม่เกิดอาการแพ้ เพราะทำมาจากธรรมชาติแล้วย่อมปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งไม่จริงเสมอไป ทั้งนี้ เนื่องจากการแพ้เป็นปฏิกิริยาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่ละคนจึงเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ประกอบกับเครื่องสำอางสมุนไพร เช่น แชมพู สบู่ โลชั่นทาผิวหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมายที่ทำมาจากสมุนไพรเพียงอย่างเดียว แต่มีสารเคมีอื่นผสมอยู่ด้วย ดังนั้น จึงไม่สามารถรับรองได้ว่าใช้แล้วจะไม่ก่อให้เกิดการแพ้

10 คำถาม ก่อนทำ ศัลยกรรม

Wednesday, May 2nd, 2012

 

สำหรับสาวท่านใดที่ปรารถนาจะไปรับการผ่าตัดตกแต่งใบหน้า หรือสัดส่วนอื่นของร่างกาย ลองตอบ 10 คำถามต่อไปนี้กันสักหน่อย เพื่อเป็นการครุ่นคิด ไตร่ตรอง พินิจพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่คุณจะเจ็บปวด สิ้นเปลือง และเกิดผลแทรกซ้อนตามมา หรืออาจจะสวยใสไฉไลกว่าเก่า ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งสองทาง

1. หลังผ่าตัดตกแต่งจนคุณสวยเด้งแล้ว คุณเชื่อว่าจะนำมาซึ่งโอกาสดี ๆ ในชีวิต ใช่หรือไม่? แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของคุณอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็มิได้เป็นหลักประกันว่าคุณจะได้งานดี ๆ ลอยมาหา หรือคนรักที่จากไปจะกลับมา เพียงเพราะหน้าตาคุณดูดีกว่าเก่า จมูกคุณโด่งกว่าเดิมหรอก

2. เงินที่คุณต้องจ่ายนั้น พอหรือไม่? การทำศัลยกรรมเป็นที่ทราบกันดีว่ามีราคาแพงลิบ ดังนั้น ก่อนคิดที่จะทำอะไร ควรที่จะศึกษาราคาให้ดีก่อน ถ้าหากเข้ารับการผ่าตัดแล้วต้องสิ้นเปลืองเงินทอง จนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน หรือสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและผู้อื่น ก็อย่าทำดีกว่า เพราะมันไม่คุ้มกับการต้องแบกความทุกข์เอาไว้หรอก

3. เคยคิดไหม หลังผ่าตัดตกแต่ง คุณต้องให้เวลาพักฟื้น? หลายคนมักคิดว่า ลอยหน้าลอยตาเข้าไปทำศัลยกรรมสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ออกมาสวยได้ดั่งใจ เดินเฉิดฉายไปไหนต่อไหนได้ทุกที่ ซึ่งอันที่จริงแล้ว คนที่คิดเช่นนี้มันเป็นเพียงแค่ฝันหวาน เพราะหลังจากการทำศัลยกรรมนั้น โดยทั่วไปแล้วต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อยที่สุดคือ 2-3 สัปดาห์ หรือบางรายอาจจะเป็นเดือน เพื่อให้อาการอักเสบ บวมแดง หรือรอยช้ำจ้ำเลือดจากการผ่าตัดจางลง

4. สุขภาพคุณแข็งแรงพอที่จะรับการผ่าตัดไหม? ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดตกแต่ง คุณควรสอบถามแพทย์ประจำตัวคุณให้ดีเสียก่อนว่า สุขภาพร่างกายของคุณพร้อมไหมสำหรับการผ่าตัดที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะถ้าไม่รัดกุมในเรื่องนี้แล้วดันพลาดขึ้นมา คุณวูบดับคาเตียงผ่าตัด โอกาสแก้ไขก็คงไม่มีอีกแล้ว

5. คุณเป็นสิงห์หอมควันหรือไม่? การสูบบุหรี่ทำให้เส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงผิวหนังหดตัว มีผลทำให้ผิวหนังมีสุขภาพไม่แข็งแรง หากต้องการรับการผ่าตัดบางอย่าง อาจเกิดปัญหาขึ้นได้

6. การผ่าตัดตกแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้น คุณได้การยอมรับจากแพทย์ท่านอื่นไหม? คุณอาจได้ฟังโฆษณาชวนเชื่อถึงวิธีการผ่าตัดตกแต่งแบบแปลก ๆ ใหม่ ๆ มามากมายหลายอย่าง ถ้าคุณต้องทำการแปลงโฉมตัวเองด้วยหนึ่งในวิธีเหล่านั้น คุณควรลองฟังความเห็นของแพทย์ท่านอื่น ๆ ที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้ดูบ้าง ถ้าไม่อยากเป็นหนูลองยา

7. ควรวาดภาพไหมว่า หลังการผ่าตัดตกแต่งแล้วคุณจะออกมาเป็นอย่างไร? สถานศัลยกรรมความงามหลายแห่งมีเครื่องมือและเทคโนโลยีอันทันสมัย ที่สามารถวาดภาพของคุณหลังการผ่าตัดตกแต่งออกมาให้ดูก่อนได้ แต่ถ้าคุณคาดหวังที่จะสวยเทียบเคียงนางงามจักรวาลแล้วล่ะก็ อาจจะมีผิดหวังกันได้

ดังนั้น หวังได้ แต่อย่าให้เกินจริง และที่สำคัญผลงานที่ออกมาจะดีหรือไม่ดีอย่างไร คุณควรเช็กดูจากผลงานเก่า ๆ ของแพทย์ประจำตัวคุณด้วย เพื่อเป็นอีกทางที่จะการันตีว่า การยอมเจ็บตัวครั้งนี้จะไม่สูญเปล่า

8. คุณแน่ใจในอวัยวะที่คุณจะเปลี่ยนแปลงแล้วใช่หรือไม่? บางคนไปรับการศัลยกรรมจมูกมา เพราะรู้สึกว่าจมูกตัวเองไม่สวย แต่พอผ่าเสร็จแล้วมาเห็นคนอื่นไปผ่าตัดตา หน้า คาง คิ้ว และหน้าอก ก็ชักจะเกิดความลังเลใจว่า ควรจะทำอย่างอื่นเพิ่มดีไหม

ตรงนี้ขอให้คุณเข้าใจว่า ถ้าจมูกคุณไม่สวย คุณก็แก้ไขจมูกให้ถูกใจ แต่ถ้าจมูกคุณเปลี่ยนไป ส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าหรือร่างกายก็อาจจะกลายเป็นจุดด้อยของคุณแทนจมูก วิธีที่ดีที่สุด คือ การปรึกษาแพทย์ และแก้ไขในจุดอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ได้ผลที่สมบูรณ์แบบ และทำให้คุณพึงพอใจ

9. คุณพร้อมจะฟังคำแนะนำของแพทย์ท่านอื่นไหม? อยากให้คิดสักนิดสำหรับคนที่กำลังคิดจะเข้ารับการผ่าตัดตกแต่ง คุณไม่จำเป็นต้องเร่งด่วนตัดสินใจ ควรนั่งคิด นั่งนึกถึงผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้นก่อน

และยิ่งคุณสามารถที่จะปรึกษาแพทย์ได้หลาย ๆ คนก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะคุณจะได้เอาหลากหลายความคิดเห็นของผู้ที่เชี่ยวชาญ มาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ แถมยังสามารถเปรียบเทียบทักษะความรู้ความชำนาญของแพทย์หลาย ๆ ท่านได้ด้วยว่า ท่านไหนเหมาะจะทำการผ่าตัดให้คุณมากที่สุด

10. คุณมั่นใจในความสามารถของแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดตกแต่งคุณแค่ไหน? รู้กันดีว่า แพทย์ที่ไม่ได้รับการฝึกหัดทางด้านศัลยกรรมศาสตร์โดยตรงหลายท่านหันมาจับงานด้านนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะใจรัก หรือปัญหาทางเศรษฐกิจก็ตามที แต่คนไข้อย่างคุณก็ควรจะศึกษาในเรื่องนี้ให้ละเอียดก่อน อาจจะหาข้อมูลเก่า ๆ ของแพทย์ประจำตัวคุณหรือผลงานที่ผ่านมามาประกอบการตัดสินใจ เพราะของแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใคร

ถ้ามือไม่ถึง จะด้วยได้รับการฝึกฝนมาไม่เพียงพอ หรือปัญหาต่าง ๆ นานาประการก็ตาม ท้ายที่สุดคนซวยก็คือคุณ ดังนั้น หาแพทย์ที่ไว้วางใจเพื่อความสบายใจของคุณ

อย่าลืมล้างครีมกันแดด

Sunday, April 29th, 2012

ครีมกันแดดก็เหมือนเครื่องสำอางทั้งหลายแหล่นั่นแหละ ที่ต้องล้างออกให้หมดหลังเสร็จภาระกิจในแต่ละวัน


 

แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะทึกทักเอาเองว่า เมื่อไม่ได้ใช้ครีมรองพื้น คอนซีลเลอร์ หรือเครื่องสำอางต่างๆนานา ก็สามารถล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าได้เลย

แต่จริงๆ แล้วครีมกันแดดยังติดอยู่บนผิว ฉะนั้น คุณจึงควรล้างครีมกันแดดด้วยเคลนเซอร์ชนิดน้ำมันก่อน

วิธีแก้ข้อบกพร่องต่างๆ บนใบหน้า (สวยซ่อมได้)

Tuesday, April 24th, 2012

ไม่ว่าเกิดมาสวยเลือกได้หรือสวยเลือกไม่ค่อยได้เท่าไร ผู้หญิงเราต่างก็มีข้อบกพร่องใบหน้าด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะสาวหมวยตาเล็ก สาวฝรั่งกระเต็มหน้า หรือสาววัยรุ่นหน้าเป็นสิว ฯลฯ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะบทนี้พี่ฮั้วมาพร้อมกับทางแก้ง่ายๆ สำหรับทุกปัญหา แบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอศัลยกรรมให้เจ็บตัวแม้แต่นิดเดียว


ปัญหา  : ผิว
ผิวไม่เรียบ เป็นหลุมเป็นบ่อ

ปัญหาสิวหรือรอยแผลเป็นนั้นแก้ได้ง่ายๆ ด้วยวิธีดังนี้ค่ะ
วิธีที่ 1 สำหรับวันธรรมดา พี่แนะนำว่าให้ใช้คอนซีลเลอร์แบบดินสอแต้มเฉพาะจุดที่เป็นแผลเป็นหรือรอยด่าง แล้วแต่งหน้าทับตามปกติก็พอแล้ว

วิธีที่ 2 ส่วนวันที่ต้องสวยหน่อยก็ลงรองพื้นให้บางที่สุดก่อนแต่งหน้า โดยเลือกสีรองพื้นที่ตรงกับสีผิวหรืออ่อนกว่าสีผิวจริงไม่เกินครึ่งเบอร์ เพราะถ้าเราใช้รองพื้นสีเข้มกว่าผิว พอเติมหลุมเต็มจะยิ่งดูเหมือนหน้าเป็นฝ้า ไม่เนียนเรียบเข้าไปใหญ่

วิธีที่ 3 วิธีนี้ถือเป็นเทคนิคปกปิดขั้นสูงสำหรับสาวๆ ที่ต้องออกงานหรืออยากสวยพิเศษแบบไม่ยอมให้ใครจับผิดได้ ทำได้ด้วยการใช้รองพื้นช่วย โดยเริ่มจากการเกลี่ยรองพื้นสีเข้มกว่าผิวจริงหนึ่งเบอร์ให้บางที่สุดทั่วใบหน้า แล้วลงรองพื้นสีอ่อนกว่าผิวจริงหนึ่งเบอร์ทับทั่วใบหน้าอีกครั้ง จากนั้นให้ลงแป้งฝุ่นสีอ่อนกว่าผิวจริงหนึ่งเบอร์ซับให้ทั่ว ก่อนเข้าสู่กระบวนการแต่งหน้าตามปกติ วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยากและต้องอาศัยความชำนาญมาก แต่ถ้าฝึกฝนบ่อยๆ พี่ฮั้วรับรองได้เลยว่าเวิร์คสุดๆ
พี่ฮั้วขอเตือน
สำหรับหลายๆ คนที่เชื่อว่า ยิ่งผิวไม่เรียบยิ่งต้องลงรองพื้นให้หนาเพื่อปกปิดจุดบกพร่อง พี่ขอค้านหัวชนฝาเลยค่ะ เพราะการพยายามปกปิดผิวด้วยรองพื้นหนาๆ จะยิ่งเป็นการเน้นให้จุดด้อยกลายเป็นจุดเด่นเข้าไปใหญ่ ส่วนอีกข้อที่พึงระวังสำหรับสาวผิวไม่เรียบก็คือ ห้ามใช้บรอนเซอร์หรือซิมเมอร์เพิ่มความมันวาวบนใบหน้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลุมและแผลเป็นดูชัดเจนมากขึ้นค่ะ

กระ
เทรนด์ตอนนี้จะให้ทันสมัยต้องมีกระค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องซีเรียส แค่ปรับสภาพผิวให้สวยสดใส แล้วก็โชว์กระได้เลย แต่ถ้ากระเยอะจนเกินงาม ก็ให้ใช้รองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ปกปิดเฉพาะจุดก่อนแต่งหน้าตามปกติ เท่านี้ก็สวยมั่นใจได้แล้ว

ส่วนการใช้เลเซอร์ลบกระออกนั้น พี่ฮั้วขอให้ใช้เป็นทางแก้สุดท้ายจริงๆ ก็แล้วกันค่ะ เพราะนอกจากจะเจ็บตัวและเสียเงินแล้ว ยังทำให้ผิวบางลงอีกด้วย สิ่งสำคัญของการยิงเลเซอร์ไม่ได้ทำให้กระหายไปตลอดกาลนะคะ เพราะหากเราทำเลเซอร์แล้วยังคงตากแดดอยู่เรื่อยๆ กระก็จะกลับมาอีกได้ง่ายๆ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกระก็คือรังสียูวี ดังนั้นไม่ว่าจะออกแดด หรือไม่ก็ต้องทาครีมกันแดดทุกวัน เพราะถึงจะอยู่ในออฟฟิตทั้งวันแสงไฟนีออนก็จะทำให้เกิดกระได้เช่นกันนะคะ

ปาน
ปกปิดโดยริ่มจากการลงรองพื้นทั่วหน้า แล้วใช้คอนซีลเลอร์ที่มีคุณสมบัติปกปิดได้ดี สีเข้มกว่าผิวจริงหนึ่งเบอร์ ลงเฉพาะบริเวณปานแล้วใช้รองพื้นที่ขาวกว่าผิวจริงหนึ่งเบอร์ทับบริเวณปานอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็สามารถแต่งหน้าตามปกติได้แล้ว
สีผิวไม่เท่ากัน
ปัญหานี้ซ่อมไม่ยาก เพียงแค่ใช้รองพื้นสีเข้มกว่าผิวจริงครึ่งเบอร์ เกลี่ยให้เนียนเรียบทั่วใบหน้า แล้วใช้แป้งสีสว่างกว่าผิวจริงนิดหน่อยซับให้ทั่ว จะช่วยปรับสีผิวให้สว่างใส

เหงื่อเยอะ
ผู้หญิงหลายคนประสบปัญหานี้ ทำให้แต่งหน้าทีไรสวยได้ไม่ถึงครึ่งวัน เครื่องสำอางก็หายหมด พี่ฮั้วแนะนำให้จัดการด้วยการใช้ครีมกันแดดที่ช่วยควบคุมความมันและช่วยให้เครื่องสำอางติดทน เช่นของ Acseine ที่เป็นเนื้อเจล หรือ Anessa ของ Shiseido ตามด้วยการลงรองพื้นให้บางเบาที่สุด เพราะถ้าลงหนาจะยิ่งทำให้หน้ามันง่ายขึ้นและดูไม่เป็นธรรมชาติ